วันอาทิตย์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ประวัติส่วนตัว

                                                           ประวัติส่วนตัว                                      สวัสดีครับ ผมชื่อเด็กชาย ชัชรินทร์ สุวรรณนิมิตร อายุ12ปี อยู่โรงเรียนสุราษฏร์พิทยา ห้องม.1/4 เลขที่3 เกิดวันที่14พฤษจิกายน 2544อาศัยอยู่บ้านเลขที่69/65ถนนการุณราษฏร์อำเภอเมืองจังหวัดสุราษฏร์ธานี
ผมมีนิสัย ดี รักสนุก ผมชอบวิชา คณิตศาตร์ วิทยาศาสตร์ ครับ




      ขอบคุณที่รับชมครับ

วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2557

จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ทำงานอย่างไร

จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ทำงานอย่างไร

มีผู้คนที่ใช้จดหมายอิเล็กทรอนิกส์กันกว่า 20 ล้านคนทั่วโลกบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หลายคนคงแปลกใจว่าจดหมายเหล่านี้หาเส้นทางเดินไปยังปลายทางได้ถูกต้องอย่างไร ทำไมเครือข่ายอินเทอร์เน็ตจึงขยายได้อย่างไม่มีวันจบสิ้น และการใช้งานบนเครือข่ายยังคงแพร่หลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกมาก
รู้จักกับตู้จดหมาย (mailbox)
ก่อนที่จะรู้จักกับอีเมล์ควรมาทำความรู้จักกับตู้จดหมายของตัวเองก่อน mbox หรือ mailbox คือ ตู้จดหมายของตนเอง เมื่อผู้ใช้มีชื่อยูสเซอรือยู่บนเครื่องหลักที่ต่ออยู่กับอินเทอร์เน็ต ก็จะได้รับตู้จดหมายโดยอัตโนมัติ ตู้จดหมายนี้เป็นที่เก็บจดหมายเมื่อมีผู้ส่งมาให้เรา ดังนั้นเมื่อเราเริ่มใช้เครื่องขณะใดก็ตาม ก็จะเปิดดูตู้จดหมายว่ามีจดหมายมาเก็บไว้ในตู้จดหมายนี้หรือไม่ สามารถเรียกจดหมายมาดูได้ เมื่อดูเสร็จแล้วจะนำออกจากตู้จดหมายหรือจะฝากเอาไว้ก่อนก็ได้ ตู้จดหมายจึงเสมือนตู้จดหมายจริง ๆ ที่เก็บจดหมายไว้ในเครื่องได้ และเป็นส่วนตัวเฉพาะบุคคลเท่านั้น
ปกติเมื่อเราเป็นผู้ใช้บนอินเตอร์เน็ตเราจะได้ชื่อแอดเดรสของการอ้างอิงบนอินเตอร์เน็ต และเราสามารถกำหนดชื่อนี้เป็นอีเมล์แอดเดรสได้ เช่น somsak@nwg.nectec.or.th ชื่อนี้มีสองส่วนคือส่วนหน้า @ และส่วนที่อยู่ข้างหลัง @ ส่วนหน้าหมายถึงตู้จดหมาย ซึ่งถือได้ว่าเป็นชื่อตู้จดหมาย ซึ่งผู้ใช้ชื่อยูสเซอร์นี้เป็นเจ้าของ ส่วนเครื่องที่ตู้จดหมายเก็บไว้จะมีชื่อเครื่อง ซึ่งในที่นี้ก็คือส่วนที่อยู่หลัง @ คือ nwg.nectec.or.th
แอดเดรสของคุณคืออะไร
เมื่อคุณเริ่มเป็นสมาชิกในเครือข่ายอินเทอร์เน็ต สิ่งหนึ่งที่คุณได้รับคือมีชื่อยูสเซอร์บนเครื่องหลักเครื่องใดเครื่องหนึ่ง ณ เครื่องหลักนี้คุณได้ชื่อยูสเซอร์ จึงเสมือนว่าคุณมีแอดเดรสอยู่บนเครื่องหลักที่ตั้งอยู่บนอินเตอร์เน็ต บนอินเตอร์เน็ตมีการกำหนดแอดเดรสของเครื่องโดยใช้ชื่อ โดเมน เช่น nontri.ku.ac.th หมายถึงเครื่อง nontri อยู่ในเครือข่าย ku.ac.th ซึ่งหมายถึงเครือข่ายของมหาวิทยาลัยเป็นสถานศึกษาอยู่ในประเทศไทย เช่นหากได้รหัสชื่อยูสเซอร์เป็น b38bmx ก็หมายถึงว่าคุณมีแอดเดรสเป็น b38bmx@nontri.ku.ac.th ชื่อนี้จะเป็นชื่อที่อ้างอิงได้ทั่วโลก ทุกจุดบนอินเทอร์เน็ตสามารถหาเส้นทางส่งข่าวสารมาให้ b38bmx@nontri.ku.ac.th ได้อย่างแน่นอน
ดังนั้นแอดเดรสที่ได้รับจึงหมายถึงชื่อยูสเซอร์บนเครื่องที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต ชื่อนี้จะเป็นสิ่งที่ใช้อ้างอิงได้ การพิมพ์ลงในนามบัตรเพื่อให้ผู้อื่นติดต่อมาจึงเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ และอ้างอิงทั่วถึงกันทั้งหมดบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
การรับส่งเมล์ระหว่างเครื่องใช้โปรโตคอล SMTP
บนอินเตอร์เน็ตใช้โปรโตคอล TCP/IP เป็นฐานการติดต่อระหว่างกัน บน TCP/IP มีการกำหนดการรับส่งข้อมูลระหว่างกันในรูปแบบการรับส่งจดหมาย (เมล์) คือ SMTP SMTP ย่อมาจาก Simple Mail Transfer Protocol SMTP ได้รับการออกแบบมาให้มีการรับส่งเมล์กันอย่างอัตโนมัติ กล่าวคือ ในเครื่องหลักที่คุณทำงานจะมีโปรแกรมรับและส่งเมล์ ทำงานเป็นเดมอนโปรเซส (การทำงานเป็นแบลกกราวนด์โปรเซสคือทำงานตลอดเวลา) เพื่อทำหน้าที่รับและส่งเมล์ เช่นโปรแกรม smail หรือ sendmail ทำหน้าที่คอยส่งเมล์ ถ้ามีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ที่จะส่ง ก็จะติดต่อกับปลายทางแล้วยังส่งไม่ได้ ก็จะเก็บจดหมายนั้นไว้ก่อน รออีกสักสองสามชั่วโมงก็จะส่งใหม่อีก ทำซ้ำจนกว่าจะส่งได้สำเร็ส หากส่งไม่ได้ในสามวันก็จะส่งกลับให้เจ้าของ พร้อมทั้งบอกเหตุผลของการส่งไม่ได้
โปรโตคอล SMTP นี้ เป็นโปรโตคอลหลักสำหรับการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์มาตรฐานบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ดังนั้นหากในระบบเครือข่ายอื่น เช่นเครือข่ายของไมโครซอฟต์มีการส่งด้วย msmail โปรแกรม msmail มีโปรโตคอลการส่งของตัวเอง หากต้องการผ่านเข้ามาทางอินเตอร์เน็ตจะต้องแปลงให้อยู่ในรูปโปรโตคอล SMTP ก่อน เส้นทางการเปลี่ยนนี้เรียกว่า SMTP เกตเวย์
เมล์บนอินเตอร์เน็ตหาเส้นทางไปได้อย่างไร
การกำหนดแอดเดรสของจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ มีการกำหนด mbox เฉพาะของแต่ละบุคคลที่อยู่บนชื่อเครื่องหลัก ในการหาเส้นทางจึงกำหนดเป็นลำดับชั้น โดยใช้ชื่อ เช่น s38bmx@cc2.cpe.ku.ac.th โดยหาเส้นทางจาก .th หมายถึงประเทศไทย .ac หมายถึงสถาบันการศึกษา ku คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ cpe คือภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ cc2 คือเครื่องคอมพิวเตอร์หลักของภาควิชา s38bmx คือ mbox ในเครื่อง cc2
สมมุติว่ามีจดหมายฉบับหนึ่งส่งมาจากอเมริกา ต้องการมายัง s38bmx@cc2.cpe.ku. ac.th ในขั้นต้นจะส่งผ่านเกตเวย์เข้าประเทศไทย ซึ่งมาจาก uunet เมื่อเข้ามาประเทศไทยก็จะหาตัวให้บริการชื่อโดเมน ซึ่ง ac.th อยู่ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็จะไปขอใช้บริการหาชื่อ ku.ac.th ซึ่งได้เส้นทางมายังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นจึงมาถามหาหน่วยบริการชื่อโดเมน ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเก็บไว้ที่เครื่อง nontri เครื่อง nontri จะให้เส้นทางเครื่อง cc2.cpe ไป หลังจากนั้นก็จะได้เส้นทางครบจากต้นทางมายัง cc2.cpe
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/mail.jpg
รูปที่1 เส้นทางการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
เห็นได้ว่าบนระบบอินเตอร์เน็ตมีหัวใจของการหาตำแหน่งที่อยู่ของเครื่องด้วยระบบบริการชื่อโดเมนที่เรียกว่า DNS (Domain Name Service) หน่วยให้บริการนี้จะเป็นตัวให้บริการการบอกตำแหน่งของเครื่องบนโดเมนที่ตนเองดูแลอยู่ เช่น ac.th ดูแลโดยเครื่อง chukn ส่วน ku.ac.th ดูแลโดยเครื่อง nontri การเรียกหาจึงเป็นวิธีการที่เรียกกันเป็นลำดับชั้น ทำให้ค้นหาตำแหน่งได้ไม่ยาก
ความสำคัญของโปรแกรมเมล์ไคลแอนต์
เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้งานง่ายขึ้น จึงมีผู้พัฒนาโปรแกรมเมล์ไคลแอนต์ เช่น โปรแกรมรับส่งเมล์บนดอสบนวินโดว์ โปรแกรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ใช้ใช้งานได้ง่ายขึ้น เช่น โปรแกรม pine สำหรับวินโดว์ โปรแกรมจำพวกอินเตอร์เน็ตไคลแอนต์มีพัฒนากันหลายบริษัท โดยเน้นเป็นโปรแกรมที่ทำให้พีซีเชื่อมโยงกับเครื่องหลัก และใช้บริการรับส่งจดหมายโดยตรง โดยเชื่อมกับเมล์บ็อกของตนเองได้
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นสิ่งที่มีบทบาทและความสำคัญมากอย่างหนึ่งของการใช้งานบนอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้ทุกคนอย่างน้อยก็จะมีเมล์บ็อกเป็นของตนเอง ทำการรับส่งจดหมายระหว่างกัน เมื่อจำนวนผู้ใช้เพิ่มขึ้นการติดต่อสื่อสารผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ก็จะมีมากขึ้น จนเชื่อแน่ว่าในอนาคตประชากรโลกจะใช้เครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะการติดต่อสื่อสารด้วยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ แทนจดหมายที่มีคนนำส่ง ที่หลายคนเรียกว่า snail mail. หรือ lowtech mail


วิทยุ ทีวี บนอินเตอร์เน็ต

วิทยุ ทีวี บนอินเทอร์เน็ต


เมื่อร้อยปีเศษมาแล้ว มาร์โคนี่ได้ส่งสัญญาณวิทยุ เป็นคลื่นแพร่กระจายออกไปในอากาศได้สำเร็จ หลังจากนั้นก็มีการพัฒนาเครื่องรับวิทยุ ทั้งแบบเอเอ็ม เอฟเอ็ม ใช้กันทั่วโลก ต่อมาก็มีการพัฒนาวิธีการส่งสัญญาณโทรทัศน์ ทำให้มีการรับชมข่าวสารผ่านทางระบบทีวี จนปัจจุบันเกือบทุกบ้านมีวิทยุ โทรทัศน์ กันหมด
หลังจากปี ค.ศ. 1990 การประยุกต์ใช้ไฮเปอร์เท็กซ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้เริ่มขึ้น มีการจัดการข้อมูลข่าวสารไว้บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ผู้ใช้อยู่บนเครื่องลูกข่ายที่เรียกว่า ไคลแอนต์ มีโปรแกรมเชื่อมโยงที่เรียกว่า บราวเซอร์ บราวเซอร์ติดต่อกับเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ด้วยโปรโตคอลมาตรฐาน ที่ชื่อ http
การประยุกต์ไฮเปอร์เท็กซ์ได้ขยายวงกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นเครือข่ายข้อมูลข่าวสารที่เรียกว่า เวิร์ลไวด์เว็บ เมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้น การใช้งานข้อมูล ข่าวสารเหล่านี้ก็ก้าวเข้าสู่มัลติมีเดีย มีการเก็บข้อมูลรูปภาพ เสียง และวิดิโอ
การเก็บข้อมูลเสียงและวิดิโอในยุคแรกยังเป็นเพียงการเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ เมื่อเครื่องที่เป็นไคลแอนด์ต้องการใช้ข้อมูล ก็มีการติดต่อมายังเครื่องให้บริการ การโอนย้ายข้อมูลก็เกิดขึ้น โดยวิธีการคัดลอกแฟ้มเหล่านั้นผ่านเครือข่ายมายังผู้ใช้ เมื่อคัดลอกมาได้ครบจึงเริ่มแสดงผล ลักษณะการใช้งานจึงเป็นวิธีการโอนย้ายไฟล์ มิได้เป็นการส่งกระจายแบบเวลาจริง
เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น จนสามารถบีบอัดข้อมูลเสียง และวิดิโอ ให้มีขนาดเล็กลงได้ การบีบอัดข้อมูลให้เหลือน้อย ทำให้ส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายที่มีข้อจำกัดทางด้านปริมาณข้อมูลต่อวินาทีลงไปได้ เพราะหากผู้ใช้ติดต่อเครือข่ายด้วยโมเด็มผ่านสายโทรศัพท์ ปริมาณข้อมูลต่อวินาทีที่รับส่งได้ยังอยู่ในกรอบจำกัด เช่น รับส่งได้สูงสุดเพียง 28.8 กิโลบิตต่อวินาที เมื่อข้อมูลเสียงหรือวิดิโอได้รับการบีบอัดลงจึงทำให้การสื่อสารผ่านสายไปบนอินเทอร์เน็ตมีความเป็นไปได้มากขึ้น
จนในปัจจุบันการส่งสัญญาณเสียงแบบออนไลน์ ที่เป็นที่นิยมแบบอินเทอร์เน็ตคือ ระบบ real audio การส่งวิดิโอบนอินเทอร์เน็ตเสมือนการกระจายสัญญาณทีวีบนเครือข่าย เราเรียกระบบนี้ว่า video live
ระบบ real audio และ video live ประกอบด้วยเครื่องให้บริการที่เรียกว่า เซิร์ฟเวอร์ เครื่องให้บริการนี้รับสัญญาณเสียงโดยตรงจากแหล่งสัญญาณเสียง เช่น สัญญาณจากสถานีวิทยุจริง หรือรับสัญญาณวิดิโอจากสถานีส่ง หลังจากนั้นจะแปลงสัญญาณนั้นให้เป็นข้อมูลแบบดิจิตอล พร้อมทำการบีบอัดให้เล็กลง เพื่อส่งไปยังเครื่องผู้ใช้
เครื่องผู้ใช้จะต้องมีโปรแกรม real audio player ซึ่งประกอบติดตั้งเข้ากับโปรแกรมบราวเซอร์ เมื่อผู้ใช้ติดต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ ก็จะเปิดช่องสื่อสารระหว่างกัน เครื่องบริการที่เป็นเซิร์ฟเวอร์จะส่งข้อมูลให้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะเลิกการติดต่อ
แต่เนื่องจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นเครือข่ายที่มีสภาพแบ่งกันใช้งาน ไม่สามารถกำหนดคุณภาพของการรับส่งโดยตรงได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการรับสัญญาณแบบออนไลน์ต่อเนื่อง ดังนั้นทางเครื่องไคลแอนต์ ซึ่งต้องสร้างบัฟเฟอร์ในหน่วยความจำไว้ เพื่อว่าบางขณะข้อมูลที่ส่งมาขาดหาย ข้อมูลในบัฟเฟอร์ยังรองรับการใช้งานได้ชั่วขณะหนึ่ง เพื่อให้สัญญาณต่อเนื่อง
โดยปกติหากรับสัญญาณเสียง จะมีการกำหนดช่องสื่อสารที่ต่อเนื่องขนาด 16 กิโลบิตต่อวินาที ดังนั้นถ้าช่องสื่อสารจริงมีความจุมากกว่านี้ ก็จะทำให้การรับสัญญาณเสียงที่ต่อเนื่องเหมือนฟังวิทยุได้
ทำนองเดียวกัน หากรับสัญญาณวิดิโอ ช่องสัญญาณจะต้องมีความจุมากกว่า โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 23-30 กิโลบิตต่อวินาที ถ้าได้ความเร็วสูงกว่านี้ก็จะทำให้ภาพต่อเนื่อง แต่หากได้ความเร็วต่ำกว่านี้ภาพจะขาดเป็นช่วง ๆ
เครื่องให้บริการ real audio และ video live ทุกเครื่องจะมีข้อจำกัดจำนวนเครื่องลูกที่ติดต่อมา ทั้งนี้เพราะแถบกว้างของช่องสื่อสารมีจำกัด ผนวกกับขีดความสามารถของคอมพิวเตอร์ก็จำกัด สถานีให้บริการที่พบเห็นกันบนเครือข่ายขณะนี้ยังจำกัดจำนวนอยู่ที่ 60-240 สายสัญญาณ
ดังนั้นหากมีผู้นิยมใช้บริการกันมาก ข้อจำกัดนี้จะต้องได้รับการพัฒนา แต่เนื่องจากการติดตั้งสถานีบริการทำได้ง่าย จึงเชื่อแน่ว่าจะมีผู้ตั้งสถานีบริการ real audio และ video live กันมาก
การตั้งสถานีจะมีอยู่ในโฮมเพ็จ ทุกโฮมเพ็จสามารถใส่ข้อมูลแบบมัลติมีเดียสำหรับเป็นสื่อไว้ใช้ติดต่อกัน ร้านค้าอาจมีสถานีวิทยุสำหรับโฆษณาขายสินค้า มีสถานีส่งวิดิโอเพื่อให้ลูกค้าได้เห็นสินค้า
ปัญหาที่สำคัญคือ ความต้องการใช้เครือข่ายจะมากขึ้นอีกมาก จนทำให้ถนนของข้อมูลข่าวสารไม่สามารถรองรับได้ พัฒนาการทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เรียกว่า Information Highway จึงต้องพัฒนาให้มีปริมาณการรับส่งข้อมูลได้มาก
เชื่อแน่ว่าโครงสร้างพื้นฐานของประเทศกำลังได้รับการปรับปรุงเพื่อให้ระบบวิทยุและทีวีบนเครือข่ายเป็นจริงได้ โครงสร้างการสื่อสารของประเทศหลายโครงการกำลังรองรับอยู่ ข่ายการสื่อสารด้วยแถบกว้างที่สามารถส่งข้อมูลในปริมาณมากคงจะมีให้เห็นในเร็ววันนี้

real audio และ video live เป็นบทพิสูจน์บทเริ่มต้นถึงความเป็นไปได้ในการตั้งสถานีวิทยุ และโทรทัศน์บนเครือข่าย และจะทำให้มีจำนวนสถานีเหล่านี้เป็นหมื่นเป็นแสนสถานีได้ ที่สำคัญคือ ข่าวสารจะเป็นแบบไร้พรมแดน ที่รัฐบาลเองก็ไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไปแล้ว เพราะจะมีผู้ตั้งสถานีบนเครือข่ายกันมาก

unix คืออะไร

Unix คืออะไร ?
อุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ก็มีมากมายหลายชิ้นแต่เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่าเจ้าคอมพิวเตอร์ รู้จักอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่างไรและติดต่อรับส่งข้อมูลกับอุปกรณ์เหล่านี้ได้อย่ างไรการท่ จะทำให้คอมพิวเตอร์ใช้อุปกรณ์ เหล่านี้ร่วมกันทำงานได้ก็จะต้องมีอะไรสักอย่างหนึ่งมาดูแลควบคุมใช่ไหม?สิ่งที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของ อุปกรณ์ทั้งหมดที่รวมอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็คือ"ระบบปฏิบัติการ"(Operating System) หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่ า โอเอส (OS)เจ้าตัวระบบปฏิบัติการที่ว่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่ ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆเท่านั้นแต่มันยังมีหน้าที่ รับคำสั่งที่ป้อนจากผู้ใช้มาแปลเพื่อสั่งให้เครื่อง คอมพิวเตอร์ทำงานตามที่เราต้องการอีกด้วยในปัจจุบันมีระบบปฏิบัติการ มากมายหลายชนิดหลายระบบให้เลือกใช้ตามความต้องการของแต่ละบุคคล หรือ หน่วยงานเช่น ดอส (DOS) วินโดว์ส (WINDOWS)โอเอส/ทู (OS/2) ยูนิกซ์ (UNIX) เป็นต้น

ดิจิตอลไลบรารี

ดิจิตอลไลบรารี


Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif เมื่อประมาณสามสิบปีที่แล้ว หากจะรวบรวมหนังสือวิชาการเฉพาะ เช่น วิชาเคมี ภายในห้องสมุดคงจะมีไม่เกินหนึ่งร้อยเล่ม และหากเข้าไปในห้องสมุดในยุคปัจจุบัน หนังสือที่ เกี่ยวกับวิชาเคมีมีมากมายหลายพันเล่ม
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif จำนวนหนังสือสิ่งพิมพ์มีการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างมาก มีหนังสือวิชาการสาขาต่าง ๆ แตกแขนงย่อย และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนเชื่อแน่ว่า หากห้องสมุดยังคงเก็บหนังสือเช่นปัจจุบัน อีกไม่นานห้องสมุดจะพบปัญหาสถานที่เก็บคงต้องขยายอาคาร เพิ่มพื้นที่การจัดเก็บหนังสือ
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif มหาวิทยาลัยชั้นนำในสหรัฐอเมริกาประมาณสิบแห่ง ซึ่งได้แก่ มหาวิทยาลัยอิลลินอย สแตนฟอร์ด มิชิแกน เบอร์กเลย์ และคาร์เนกี้ เมลอน เป็นต้น ได้เข้าร่วมกับสถาบัน IEEE ของสหรัฐอเมริกาดำเนินโครงการ วิจัยและพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif ห้องสมุดดิจิตอลในความหมายนี้คือ เป็นแหล่งที่เก็บเอกสาร หนังสือ สิ่งพิมพ์ ต่าง ๆ ในรูปแบบดิจิตอล ที่สามารถเรียกดูหรือค้นหาได้ผ่านทางเครือข่ายคอมพิวเตอร์
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif ความจริงลักษณะของการใช้งานสื่อสิ่งพิมพ์ผ่านทางเครือข่าย เราคงได้เห็นกันบ้างแล้ว เช่นการใช้ข้อมูลบนเครือข่ายเวิร์ลไวด์เว็บ บนอินเทอร์เน็ต มีการสร้างมาตรฐานไฮเปอร์เท็กซ์ เพื่อให้สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ เก็บไว้ในรูปแบบโฮมเพ็จเชื่อมโยงถึงกัน เพื่อการเรียกใช้ที่ง่าย
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif มีการพัฒนาโปรแกรมบราวเซอร์ให้เป็นโปรแกรมสำหรับนำทางเข้าไปหายังโฮมเพจต่าง ๆ เรียกค้นข้อมูลที่ต้องการ สิ่งที่เป็นจุดเด่นก็คือ สามารถแสดงผลได้ทั้งรูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว หรือแม้แต่วิดิโอ สิ่งพิมพ์ที่ปรากฎบนจอภาพจึงมีชีวิตชีวา
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif โครงการห้องสมุดดิจิตอลนี้ เป็นโครงการทดสอบเพื่อหาความเป็นไปได้ รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเป็นต้นแบบของการขยายผลในอนาคต มหาวิทยาลัยที่ร่วมโครงการ ได้สร้างห้องสมุดดิจิตอลที่เชื่อมโยงถึงกัน มีการนำเอกสารสิ่งพิมพ์ หนังสือต่าง ๆ แปรรูปเป็นข้อมูลดิจิตอลที่สามารถเรียกค้นได้บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์จากที่อยู่ห่างไกล
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif องค์กร IEEE และ acm ได้จัดพิมพ์วารสารทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์กว่าร้อยหัวเรื่อง วารสารส่วนใหญ่ออกเป็นรายเดือน มีผู้เป็นสมาชิกหลายแสนคนจากทั่วโลก ล่าสุด IEEE และ acm ได้เสนอกับสมาชิกสำหรับการบอกรับวารสารในปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ในรูปแบบดิจิตอล สมาชิกสามารถเลือกรับวารสารแบบดิจิตอล หรือแบบเป็นหนังสือ หากรับแบบ ดิจิตอลก็สามารถเข้าไปเปิดอ่านโดยเรียกผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยเริ่มให้ลองใช้โฮมเพ็จที่ www.computer.org, www.acm.org
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif ข้อเด่นที่เชิญชวนให้สมัครสมาชิกเพื่อรับวารสารแบบดิจิตอล คือ ผู้รับสามารถอ่านฉบับย้อนหลัง และมีระบบค้นหาข้อมูล ทำให้การค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายและรวดเร็ว
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif การพัฒนาห้องสมุดดิจิตอลมีรูปธรรมที่เป็นจริงอยู่มาก ข้อมูลหนังสือสิ่งพิมพ์ทั้งหมดที่เก็บไว้ไม่แตกต่างจากที่หยิบอ่านจากหนังสือจริง หากสั่งพิมพ์ออกมาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ เอกสารสิ่งพิมพ์ที่ได้นั้นเสมือนการถ่ายจากต้นฉบับทุกประการ ที่สำคัญคือผู้อ่านได้รับรวดเร็วกว่าการจัดส่งทางไปรษณีย์
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif ความสำเร็จขั้นต้นนี้เกิดจากการพัฒนาของบริษัท Adobe ซึ่งเชี่ยวชาญในเรื่องการจัดพิมพ์เอกสาร Adobe มีชื่อเสียงในเรื่องการคิดค้นเทคโนโลยีการพิมพ์ เป็นผู้พัฒนาระบบ โพสคริปต์ที่ใช้กับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ รวมถึงการพัฒนาโปรแกรมที่มีชื่อเสียงทางด้านการพิมพ์ที่ชื่อ เพ็จเมกเกอร์
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif บริษัท Adobe ได้พัฒนาโปรแกรมที่ชื่อ Acrobat Reader เป็นโปรแกรมที่ผู้ใช้ อินเทอร์เน็ต สามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งได้ฟรี โปรแกรมเมื่อประกอบรวมกับบราวเซอร์ ทำให้บราวเซอร์เปิดอ่านข้อมูลที่จัดเก็บในรูปสิ่งพิมพ์ดิจิตอลได้ทันที การจัดเก็บเอกสารไว้บนเซิร์ฟเวอร์เป็นแฟ้มประเภท .pdf
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif ลองจินตนาการดูว่า เทคโนโลยีการพิมพ์ในปัจจุบันใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพียงไรู การพิมพ์ต้นฉบับเริ่มจากการใช้เวิร์ดโปรเซสเซอร์ ูการสแกนรูปภาพ ูการตกแต่งแยกสีเพื่อทำแม่พิมพ์ก็ใช้คอมพิวเตอร์ การจัดหน้าพิมพ์หรือการวางองค์ประกอบ ต้องใช้โปรแกรมประเภท เดสท๊อปพับบลิชิง(DTP - Desk Top Publishing) แม้กระทั่งการพิมพ์ก็ใช้เครื่องพิมพ์ประเภทเลเซอร์ หรือเทคนิคการพิมพ์ชั้นสูงอื่นที่มีคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบ
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif ขบวนการพิมพ์เอกสารสิ่งพิมพ์ล้วนแล้วแต่เข้าสู่ยุคอิเล็กทรอนิกส์แล้วทั้งสิ้น การเก็บข้อมูลสิ่งพิมพ์ในรูปสื่อดิจิตอลจึงไม่ใช่เรื่องยาก โดยเฉพาะหากต้องการลดพื้นที่การเก็บหนังสือจำนวนมากในห้องสมุด การใช้หนังสือแบบดิจิตอล และเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์ให้บริการขนาดใหญ่มีฐานข้อมูลซีดีรอมจำนวนมาก การบริหารจะเป็นแบบอัตโนมัติ ขนาดของสถานที่จะลดลง
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif ลองนึกเลยต่อไปว่า หากต้องการค้นหาหนังสือเล่มใด ผู้ค้นไม่ต้องเดินทางไปห้องสมุด การเรียกค้นจากที่ใดก็ทำได้ และอยากค้นหาเมื่อไรก็ได้ เพราะห้องสมุดเปิดบริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ห้องสมุดดิจิตอลจึงเป็นขุมความรู้ของผู้ใช้
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif หากมองเลยต่อไปว่า บริษัทผู้พิมพ์หนังสือเก็บไว้ในรูปสิ่งพิมพ์ดิจิตอล โดยไม่ต้องพิมพ์ลงบนกระดาษ ผู้ใช้ต้องเสียค่าบริการหรือเป็นสมาชิกจึงจะมีสิทธิในการเปิดอ่านได้ การบอกรับหนังสือพิมพ์ก็เพียงแต่ได้รหัสผ่านสำหรับเปิดอ่าน ผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์สามารถลดต้นทุนลงได้โดยไม่ต้องใช้กระดาษจริง ดังนั้นสมาชิกของ IEEE และ acm ที่บอกรับหนังสือดิจิตอลจึงเสียค่าบริการ ถูกกว่าวิธีการจัดส่งหนังสือจริงไปให้
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif กลุ่มมหาวิทยาลัยที่ร่วมกันศึกษาค้นคว้า และพัฒนาห้องสมุดดิจิตอล จะเป็นโมเดลตัวอย่าง จะทำให้ห้องสมุดเป็นเครือข่ายความรู้ การดำเนินการแบบช่วยกันจะทำให้ห้องสมุดเติบใหญ่และขยายบริการได้อีกมาก การแบ่งกันใช้ทรัพยากรเป็นหนทางของมวลมนุษยชาติที่จะดำรงชีวิตร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกัน
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif การสานฝันของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านนี้ ก็เป็นสิ่งที่เป็นไปได้ เชื่อมั่นว่าอีกไม่ช้าเราจะได้เห็นห้องสมุดดิจิตอลที่สมบูรณ์แบบ และสามารถบริการคนทั่วโลกที่อยู่ห่างไกลได้

Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/1star.gif โลกแห่งความจริงเสมือนของห้องสมุด (Virtual Library) กำลังใกล้เข้ามาแล้ว

เทคโนโลยีมัลติมีเดีย

เทคโนโลยีมัลติมีเดีย

ความหมายของมัลติมีเดีย
"มัลติมีเดีย" เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว และใช้คอมพิวเตอร์แสดงผลในลักษณะผสมสื่อหลายชนิดเข้าด้วยกัน ทั้งตัวอักษร รูปภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ โดยเน้นการโต้ตอบและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้
องค์ประกอบที่ขาดกันไม่ได้
มัลติมีเดียมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ คือ
1. คอมพิวเตอร์  เป็นเครื่องมือที่ทำให้เราเห็นได้ยิน สามารถโต้ตอบแบบปฏิสัมพันธ์ได้
2. การเชื่อมโยง สื่อสาร ทำให้สื่อต่าง ๆ ไหลเข้ามาเชื่อมโยงและนำเสนอได้
3. ซอฟต์แวร์  ทำให้เราท่องไปในเครือข่ายที่เชื่อมโยงข่าวสาร
4. มัลติมีเดีย ต้องให้เราในฐานะผู้ใช้สามารถสร้าง ประมวลผล และสื่อสารข่าวสารต่าง ๆ ได้
มัลติมีเดียจึงเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหลายอย่างที่ประกอบกัน หากขาดสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปก็ไม่สามารถเรียกว่า "มัลติมีเดีย" เช่นถ้าขาดคอมพิวเตอร์จะทำให้เราไม่สามารถปฏิสัมพันธ์โต้ตอบได้ สิ่งนั้นก็จะไม่ใช่มัลติมีเดีย..น่าจะเรียกว่าการแสดงสื่อหลายสื่อ แต่ถ้าขาดการเชื่อมโยงสื่อสาร ก็จะเหมือนกับเป็นข่าวสารไว้ในชั้นหนังสือ หรือถ้าขาดเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ทำให้เราท่องไปหรือมีส่วนเข้าไปปฏิสัมพันธ์ด้วยก็จะเหมือนกับดูภาพยนตร์และถ้าขาดช่องทางที่จะให้ผู้ใช้เข้าไปมีส่วนร่วม ก็จะเหมือนกับโทรทัศน์
ช่องสัญญาณสื่อสารสำคัญต่อมัลติมีเดีย
มัลติมีเดียประกอบด้วยเทคโนโลยีการสร้างและประมวลผลวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว เสียง ข้อความและรูปภาพ เมื่อมีการสื่อสารร่วมด้วย ทำให้ต้องใช้ช่องสัญญาณสื่อสารที่มีแถบกว้างมาก (Hing Bandwidth) รองรับการทำงานสื่อสารสองทิศทาง โดยเน้นการย่นระยะทางไกล ๆ ให้เสมือนอยู่ชิดใกล้โต้ตอบกันได้อย่างรวดเร็ว
ระบบสื่อสารข้อมูลที่รองรับมัลติมีเดียต้องมีการรับประกันการบริการ (QoS - Quality of Service) กล่าวคือ การับส่งข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทาง ข้อมูลที่ส่งมีลักษณะเป็นสายข้อมูล ดังนั้นข้อมูลจะต้องถึงปลายทางตามกำหนดเวลา และให้รูปแบบที่ต่อเนื่องได้ลองนึกดูว่าหากต้องการส่งหรือรับข้อมูลแบบมัลติมีเดียที่ประกอบด้วยภาพเคลื่อนไหวก็ดี เสียงก็ดีจะต้องมีความต่อเนื่อง ซึ่งจะขาดหายเป็นช่วง ๆ ไม่ได้ ดังนั้น คุณภาพของระบบมัลติมีเดียจึงเกี่ยวโยงกับระบบสื่อสารข้อมูลและการประมวลผลข้อมูลอันรวดเร็วมากของซีพียูในคอมพิวเตอร์ด้วย
เทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล
สิ่งที่สำคัญตามมาคือ "มาตรฐานของเทคโนโลยีการบีบอัดข้อมูล" อาทิเช่นเทคนิคการบีบอัดข้อมูลวิดีโอเป็น MPEG การบีบอัดข้อมูลเสียงเป็น MIDI และการบีบอัดเสียงพูดด้วย ADPCM หรือแม้แต่รูปภาพก็บีบอัดเป็น GIF หรือ JPEG เป็นต้น การบีบอัดทำให้รับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น และยังใช้ที่เก็บความจุลดลง
ชนิดของโปรโตคอลสื่อสาร
เราแบ่งแยกชนิดของโปรโตคอลสื่อสารให้รองรับในระบบมัลติมีเดียออกเป็น 2 แบบคือ "โปรโตคอลเชื่อมโยง (Connection Protocol)" และ "โปรโตคอลไม่เชื่อมโยง (Connection Protocol)"
"โปรโตคอลเชื่อมโยง" หมายถึง ก่อนการรับส่งสายข้อมูลจริง จะต้องมีการตรวจสอบสำรวจหาเส้นทาง เพื่อให้ตัวรับและตัวส่งเชื่อมโยงกันได้ก่อน จากนั้นสายข้อมูลจึงจะไหลไปตามการเชื่อมโยงนั้น
"โปรโตคอลไม่เชื่อมโยง" อาศัยการส่งแพ็กเก็ตข้อมูลที่มีการกำหนดแอดเดรสไว้บนแพ็กเก็ต อุปกรณ์สื่อสารบนเส้นทางจะส่งต่อกันไปจนถึงปลายทางได้เอง
ดังนั้น การใช้มัลติมีเดียบนเครือข่ายจึงต้องมีการพัมนาเทคโนโลยีต่าง ๆ บนโปรโตคอลทั้งสองนี้ให้ใช้งานได้บนเครือข่าย ลักษณะของการประยุกต์มัลติมีเดียบนเครือข่ายจึงมีหลายรูปแบบ คือ
"การสื่อสารแบบ Broadcast" คือสถานีบริการหนึ่งสามารถส่งกระจายข่าวสารมัลติมีเดียไปให้กับผู้ขอให้บริการ (Client) ที่อยู่บนเครือข่ายได้ทุกเครื่องในเวลาเดียวกัน โดยต้องการให้ผู้ชมสามารถโต้ตอบกลับได้ นั่นคือร่วมเล่นเกมโชว์จากทางบ้านได้ เป็นต้น
"การสื่อสารแบบ Unicast or pointcast" เป็นการกระจายข่าวสารจากเซิร์ฟเวอร์ไปยังไคลแอนต์ในลักษณะเจาะจงตัว เช่น เซิร์ฟเวอร์เป็นสถานีบริการข่ายผู้ใช้อยู่ที่บ้านต้องการรับข่าวสารก็สามารถบอกรับ โดยเลือกหัวข้อข่าวสารต่าง ๆ ตามที่ตนเองสนใจ เมื่อเซิร์ฟเวอร์มีข่าวใหม่ในหัวข้อที่ผู้ใช้คนใดสนใจก็จะติดต่อส่งข่าวสารมาให้โดยเลือกส่งเฉพาะบุคคล
"การสื่อสารแบบ Multicast" การสื่อสารแบบนี้แตกต่างจากแบบ Broadcast ซึ่งกระจายข่าวสารทั่วทั้งเครือข่าย แต่ Multicast จะกระจายแบบเจาะจงไปยังผู้ใช้ตามที่ได้เรียกขอมา
Description: http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/multi.gif
MBONE ทำให้สารสื่อสารข้อมูลที่ไปยังผู้ใช้ ลดลงเหลือเพียงสายเดียว
การพัฒนาระบบเครือข่าย
หากพิจารณาดูว่าถ้ามีข่าวสารแบบมิลติมีเดียอยู่มากมายวิ่งอยู่บนเครือข่าย เช่น การให้บริการข่าวหนังสือพิมพ์ การให้บริการคาราโอเกะ การเรียนการสอนทางไกล การบริการทางการแพทย์ การซื้อขายของบนเครือข่าย ฯลฯ ข้อมูลข่าวสารบนเครือข่ายจะมีความหนาแน่นเพียงไร
สายสื่อสารข้อมูลที่วิ่งบนเครือข่ายคงต้องการระบบสื่อสารข้อมูลที่มีแถบกว้างมาก (Hing Bandwidth) และต้องการโครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมโยงที่รองรับการให้บริการต่าง ๆ การส่งสายสื่อสารข้อมูลไปให้ผู้ใช้จำนวนมากบนเครือข่าย อาจจะทำให้เกิดปัญหาการใช้สายสื่อสารข้อมูลจำนวนมาก ปัญหานี้สามารถลดได้ด้วยการส่งสายสื่อสารข้อมูลเพียงสายเดียวในเครือข่าย อุปกรณ์สวิตชิ่งจะส่งกระจายไปหลาย ๆ ที่ตามที่ผู้ใช้ต้องการได้เองลักษณะการส่งกระจายบนเครือข่ายแบบนี้เรียกว่า "Multicast Backbone (MBONE)" แนวโน้มการขยายตัวของโลกในเครือข่ายหรือไซเบอร์สเปซ มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จึงขอฝากไว้กับการพัฒนาเทคโนโลยีเครือข่ายให้รองรับการประยุกต์ใช้งานมัลติมีเดีย

เขียนโดย : รศ. ยืน ภู่วรวรรณ